การเลือก
ปั้มน้ำ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้ดูเพียงว่าปั๊มสามารถสูบน้ำได้หรือไม่ แต่ต้องพิจารณาความต้องการของระบบทั้งหมด ตั้งแต่ปริมาณของเหลวที่ต้องการลำเลียง แรงดัน ระยะทาง ลักษณะของของเหลว ไปจนถึงกำลังของมอเตอร์
ในบางระบบอาจใช้ปั๊มสำหรับน้ำทั่วไป ขณะที่บางกระบวนการต้องใช้ pump ที่ออกแบบมาสำหรับของเหลวที่มีความหนืดหรือมีคุณสมบัติเฉพาะ การเลือกประเภทปั๊มให้ตรงกับงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพของระบบ
ก่อนเลือกปั้มน้ำควรรู้อะไรบ้าง
ก่อนเลือกปั๊มสำหรับโรงงาน ควรเก็บข้อมูลของระบบให้ครบ เพื่อให้สามารถเทียบสเปกได้อย่างถูกต้อง โดยข้อมูลสำคัญประกอบด้วย
- อัตราการไหลที่ต้องการ
- แรงดันหรือ Head ของระบบ
- ระยะทางในการลำเลียง
- ขนาดและลักษณะของท่อ
- อุณหภูมิของของเหลว
- ความหนืดของของเหลว
- คุณสมบัติทางเคมีของของเหลว
- จำนวนชั่วโมงการทำงานต่อวัน
เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้แล้วจึงสามารถเลือก
pump และมอเตอร์ให้เหมาะกับการใช้งานจริงได้
ปั้มน้ำกับปั๊มอุตสาหกรรมแตกต่างกันอย่างไร
คำว่า
ปั้มน้ำ มักใช้เรียกอุปกรณ์สำหรับลำเลียงน้ำหรือของเหลวในระบบทั่วไป แต่ในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบปั๊มอาจต้องรองรับของเหลวที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ของเหลวที่มีความหนืดสูง ของเหลวที่มีอนุภาค หรือสารเคมี
ดังนั้นการเลือกปั๊มจึงควรเริ่มจากคำถามว่า “ต้องการลำเลียงของเหลวอะไร” มากกว่าการถามเพียงว่า “ต้องการปั๊มกี่แรงม้า”
หากเป็นงานที่ต้องลำเลียงของเหลวที่มีความหนืด การเลือก
Lobe Pump อาจเหมาะสมกว่าปั๊มที่ออกแบบมาสำหรับน้ำทั่วไป ทั้งนี้ต้องพิจารณาสเปกและเงื่อนไขของระบบร่วมด้วย
Lobe Pump ใช้ในงานแบบไหน
Lobe Pumpคืออะไร ?
โลปปั๊ม คือปั๊มที่ใช้สำหรับงานเกี่ยวอาหาร ยารักษาโรค และ เครื่องสำอางค์ ที่นิยมใช้กันอุตสาหกรรมการผลิต กล่าวคือปั๊มสำหรับงานอาหารและยาที่มีความสะอาดสูงและไม่เสี่ยงต่อการตกค้างของอาหารและยา อันจะนำมาซึ่งเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจจะปะปนไปกับอาหารและยาได้ หรือ Rotary Lobe Pump ใช้สำหรับลำเลียงของเหลวที่มีความหนืดได้หลากหลายระดับ และเหมาะกับงานที่ต้องการลำเลียงวัตถุดิบโดยคำนึงถึงสภาพของของเหลวระหว่างการถ่ายเท
ตัวอย่างการใช้งานพบได้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมเคมีบางประเภท
สำหรับ
SEPA KOREA PUMP มี
Rotary Lobe Pump หลายซีรีส์ เช่น SPL และ SPW ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับของเหลวที่มีความหนืด และมีรูปแบบที่เหมาะกับงาน Sanitary Pump
เลือกมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับ Pump
แม้จะเลือก pump ที่เหมาะกับของเหลวแล้ว แต่ระบบยังต้องพิจารณา
มอเตอร์ ซึ่งเป็นต้นกำลังของปั๊มด้วย
มอเตอร์ควรมีคุณสมบัติสัมพันธ์กับภาระงานของปั๊ม ทั้งกำลัง ความเร็วรอบ และลักษณะการทำงาน หากมอเตอร์ไม่สัมพันธ์กับปั๊ม อาจทำให้ระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพหรือเกิดภาระกับอุปกรณ์มากเกินไป
การเลือกชุดปั๊มจึงควรมองเป็นระบบเดียวกัน ไม่ควรเลือกตัวปั๊มและมอเตอร์แยกจากกันโดยไม่พิจารณาความสัมพันธ์ของอุปกรณ์
SEPA KOREA PUMP กับการเลือกปั๊มให้เหมาะกับงาน
สำหรับโรงงานที่ต้องการเปลี่ยนหรือเพิ่มปั๊ม การเลือก
SEPA KOREA PUMP ควรเริ่มจากข้อมูลการใช้งานจริง เช่น ของเหลวที่ต้องการลำเลียง ความหนืด อัตราการไหล และสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถเลือกประเภทของปั๊มได้เหมาะสมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Rotary Lobe Pump,
Gear Pump หรือ Centrifugal Pump
SEPA KOREA PUMP ของ Super168 ยังระบุบริการเทียบสเปกตามประเภทของไหล ความหนืด และอัตราการไหล ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกปั๊มสำหรับงานอุตสาหกรรม
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนปั๊มในระบบ
หากปั๊มเดิมเริ่มมีปัญหา เช่น อัตราการไหลลดลง เสียงหรือแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ มีการรั่วซึม หรือไม่สามารถทำงานตามความต้องการของกระบวนการผลิต อาจถึงเวลาตรวจสอบสภาพปั๊มและระบบโดยรวม
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนปั๊มใหม่ไม่ควรดูจากรุ่นเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะสภาพการใช้งานอาจเปลี่ยนไปแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลของระบบปัจจุบันและนำมาเทียบกับสเปกของปั๊มที่จะติดตั้งใหม่
สรุป
การเลือก
ปั้มน้ำ หรือ pump สำหรับโรงงานควรพิจารณาจากลักษณะของของเหลว อัตราการไหล แรงดัน ระบบท่อ และระยะเวลาใช้งาน รวมถึงต้องเลือกมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับตัวปั๊ม
หากระบบต้องลำเลียงของเหลวที่มีความหนืด
Lobe Pump เป็นหนึ่งในประเภทที่ควรพิจารณา โดย
SEPA KOREA PUMP มีผลิตภัณฑ์ Rotary Lobe Pump สำหรับงาน Sanitary และอุตสาหกรรมที่ต้องการลำเลียงของเหลวหลายรูปแบบ
การเตรียมข้อมูลของระบบก่อนสอบถามหรือเทียบสเปก จะช่วยให้การเลือกปั๊มและมอเตอร์ตรงกับลักษณะงานมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเลือกอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับระบบ
สอบถามปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
super168.co.th