ปี 2569 ภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีทั้งปัจจัยสนับสนุนและแรงกดดันที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการส่งออกที่ยังขยายตัวในระดับสูง ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ล่าสุดกลับมาขยายตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการส่งออก ต้นทุนพลังงาน ความไม่แน่นอนด้านการค้าโลก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในช่วงที่เหลือของปี
ส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2569 โต 21.6% รับแรงหนุนสินค้าเทคโนโลยี
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ทั่วโลก
ขณะเดียวกัน สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รวมถึงสินค้าบางกลุ่มในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ก็ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนภาพรวมการส่งออกของไทย
สำหรับภาพรวม 7 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ไทยมีมูลค่าการส่งออก 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าภาคส่งออกยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
นำเข้าโตแรงกว่าส่งออก ทำให้ดุลการค้ายังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
แม้การส่งออกจะขยายตัวได้ดี แต่ฝั่งการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า โดยเดือนกรกฎาคม 2569 ไทยมีมูลค่าการนำเข้า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 36.7% ส่งผลให้เดือนดังกล่าวขาดดุลการค้า 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากพิจารณาช่วง 7 เดือนแรกของปี การนำเข้ามีมูลค่ารวม 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 37.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสะสม 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้า ระบุว่าการส่งออกมีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 10.6% ขณะที่การนำเข้าอยู่ที่ 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.1% ทำให้เดือนพฤษภาคมขาดดุลการค้า 5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 5 เดือนแรกของปีมีการขาดดุลสะสม 25,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของการส่งออกไม่ได้หมายความว่าดุลการค้าจะเป็นบวกเสมอไป เนื่องจากภาคการผลิตไทยยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักร วัตถุดิบ และชิ้นส่วนจำนวนมาก เพื่อใช้ในการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการโรงงาน ประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารต้นทุนและซัพพลายเชน โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบจึงอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตได้
MPI กรกฎาคม 2569 กลับมาขยายตัว 0.46% หลังภาคอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดัน
ด้านดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 94.80 และขยายตัว 0.46% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
การกลับมาขยายตัวของ MPI ได้รับแรงสนับสนุนจากอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเทรนด์เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสำเร็จรูป
ทั้งนี้ ตัวเลข MPI ในช่วงต้นปีไม่ได้ขยายตัวในทุกเดือน โดยเดือนมีนาคม 2569 MPI ขยายตัว 0.75% และไตรมาสแรกขยายตัว 0.83% ก่อนที่เดือนพฤษภาคมจะหดตัว 0.80% และเดือนมิถุนายนหดตัว 3.10% ดังนั้น ภาพรวมการผลิตจึงยังมีลักษณะฟื้นตัวแบบไม่สม่ำเสมอ และจำเป็นต้องติดตามข้อมูลรายเดือนต่อเนื่อง
สศอ. ยังปรับประมาณการภาคอุตสาหกรรมปี 2569 โดยคาดว่า MPI จะขยายตัวในช่วง 0.0–0.5% ขณะที่ GDP ภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัว 0.75–1.75% ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และกำลังซื้อภายในประเทศ
วัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปยังเติบโต สะท้อนความต้องการในภาคการผลิต
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่ไม่รวมทองคำในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 51.6%
กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่
- อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- สินแร่โลหะ
- เคมีภัณฑ์
นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้าทุนในเดือนกรกฎาคมยังขยายตัว 39.0% โดยมีสินค้าสำคัญ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอีกด้านของการฟื้นตัวของภาคการผลิต เพราะเมื่อคำสั่งซื้อและการผลิตบางกลุ่มเพิ่มขึ้น ความต้องการเครื่องจักร ชิ้นส่วน และวัตถุดิบสำหรับใช้ในโรงงานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจำนวนมากก็เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการขนส่ง ค่าเงิน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกมีความผันผวน
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ EV

อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของไทย แต่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์พลังงานทางเลือกอื่น
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานต้องปรับตัวทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต และการจัดหาชิ้นส่วน โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนภายในประเทศและการพัฒนาความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยด้านกำลังซื้อ การแข่งขันด้านราคา และการเปลี่ยนแปลงของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 ต้องพิจารณาทั้งด้านการผลิต การจำหน่าย และการส่งออกควบคู่กัน
สำหรับผู้ประกอบการในซัพพลายเชน การปรับตัวจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ ระบบควบคุม และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ราคาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้โดยตรง
ล่าสุด คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนจากสถานการณ์พลังงาน
สำหรับภาคอุตสาหกรรม ราคาพลังงานถือเป็นต้นทุนสำคัญของทั้งโรงงาน การขนส่ง และกระบวนการผลิต ดังนั้น ความผันผวนของราคาน้ำมันจึงสามารถส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุนสินค้าในห่วงโซ่อุปทานได้
ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารพลังงาน การควบคุมต้นทุน และการวางแผนซัพพลายเชน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ส่งออกโตแรง แต่ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเร่งปรับตัว
ภาพรวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 จึงยังเป็นภาพของการฟื้นตัวที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย การส่งออกยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ขณะที่ MPI ล่าสุดกลับมาขยายตัวเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่ขยายตัวเร็วกว่าการส่งออกทำให้ไทยยังมีภาวะขาดดุลการค้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับต้นทุนพลังงาน ความผันผวนของวัตถุดิบ การแข่งขันจากต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
ในระยะต่อไป การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ การพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และการลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ จะเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องให้ความสนใจ
ดังนั้น แม้ตัวเลขการส่งออกในปี 2569 จะยังส่งสัญญาณบวก แต่การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยอาจไม่ได้เกิดขึ้นในทุกสาขาเท่ากัน ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจจึงควรติดตามทั้งตัวเลขการส่งออก การนำเข้า MPI ต้นทุนพลังงาน และสถานการณ์การค้าโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมแผนรับมือและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
แหล่งข้อมูล: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม และข้อมูลด้านนโยบายพลังงานของภาครัฐ

